วิสัยทัศน์กองบัญชาการศึกษา      
กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ    เป็นองค์กรที่ได้รับ      
ความเชื่อมั่นศรัทธา  มีความเป็นมืออาชีพในการเตรียมความพร้อมและ      
พัฒนาทรัพยากรบุคคลทุกระดับ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   
           
 

 
 
 

E-Mail สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ID : 

@police.go.th

รหัส : 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

การปฏิบัติหน้าที่ของนายตำรวจเกียรติยศฯ สังกัดกองบัญชาการศึกษา

 

          ข้าฯ ชื่อ พ.ต.อ.คเณศร บุญคง ปัจจุบันตำแหน่ง รอง ผบก.อมศ. บช.ศ. ข้าฯ เกิดในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชขึ้นครองราชย์ เมื่อปี พ.ศ.2489 เมื่อพระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี พ.ศ.2549 ข้าฯ ก็มีอายุ 60 ปี เหมือนกัน เป็นปีสุดท้ายที่จะรับราชการตำรวจ ข้าฯ มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณพระองค์ให้สมกับที่ได้เป็นข้าราชการคนหนึ่งที่จะถวายความจงรักภักดี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีภารกิจอะไรบ้าง เมื่อถึงกำหนดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นั้น
          เมื่อประมาณต้นเดือน มี.ค.2549 มีข่าวว่า ตร. จะจัดหานายตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์พระราชาธิบดีที่มาร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติฯ ข้าฯ เองไม่ทราบว่านายตำรวจเกียรติยศจะเป็นใคร ทำหน้าที่อะไร แต่คงเป็นงานที่มีเกียรติสมชื่อ เมื่อท่าน ผบช.ศ. (พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง) ถามข้าฯ ว่า จะส่งข้าฯ ไปคัดเลือกเป็นนายตำรวจเกียรติยศที่ ตร. จะสมัครใจหรือไม่ ข้าฯ ขอบคุณท่าน ผบช.ศ. หากท่านพิจารณาเห็นเหมาะสม ซึ่งท่านก็ได้เสนอชื่อ ข้าฯ พร้อม พ.ต.อ.มณฑลทัฬห์ บุนนาค รอง ผบก.อมศ. อีก 1 นาย ไปเข้ารับการคัดเลือกในวันศุกร์ที่ 17 มี.ค.2549 ที่ ตร. มีผู้เข้ารับการคัดเลือกในระดับ รอง ผบก. – ผกก. ประมาณ 70 นาย โดย รอง ผบ.ตร. (พล.ต.อ.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เป็นประธานกรรมการคัดเลือก มีการสัมภาษณ์ , Comprehensive , แปลบทความภาษาอังกฤษ ในที่สุดหลายวันผ่านไป มีผลออกมาว่าข้าฯ ก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้ปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเกียรติยศ ซึ่งถือเป็นความกรุณาของผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่ง 
          การเตรียมการที่จะปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเกียรติยศมีทั้งการสัมมนาผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมด ที่ Springfield Royal Country Club ฝึกปฏิบัติการ รปภ. บุคคลสำคัญ ทบทวนการใช้อาวุธปืนประจำตัว การปฏิบัติตนในฐานะนายตำรวจเกียรติยศ ทั้งกิริยา วาจา และอื่นๆ ข้าฯ เริ่มเข้าใจแล้วว่านายตำรวจเกียรติยศจะต้องทำอะไร เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมสัมมนา ข้าฯ ได้รับมอบหน้าที่เป็นนายตำรวจเกียรติยศประจำพระราชา ธิบดีแห่งประเทศลักเซมเบิร์ก (ราชา 8)

หลังจากนั้น ข้าฯ ต้องกลับมาหาความรู้เกี่ยวกับพระราชาธิบดี แห่งประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งก็คือ His Royal Highness Grand Duke Henri เป็นพระโอรสองค์โตของ แกรนด์ ดยุค ฌอง และ แกรนด์ ดัชเชส โจเซฟินฌาค์ล็อท เสร็จขึ้นครองราชย์เมื่อ 7 ต.ค.2543 ทรง พระราชสมภพ เมื่อ 16 เม.ย.2498 ณ กรุงลักเซมเบิร์ก อภิเษกสมรสเมื่อปี 2524 กับนางสาวมาเรีย เทเรซา เมสเทอร์ เชื้อชาติสเปน มีพระโอรส 4 พระองค์ และพระราชธิดา 1 พระองค์ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหารจากวิทยาลัย

ป้องกันราชอาณาจักร (Royal Military Academy of Sandhurst) ที่สหราชอาณาจักร ปี 2518 ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ที่มหาวิทยาลัยเจนีวา(เกียรตินิยม) เมื่อปี 2523 และทรงได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยเสด็จเยือนประเทศไทย 3 ครั้ง ในปี 2536 , 2539 , 2541 และสามารถรับสั่งได้ถึง 4 ภาษา คือ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมัน และลักเซมเบิร์กกิซ นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น นอกจากนี้ ข้าฯ ก็ยังต้องฝึก การปฏิบัติงานในการควบคุมขบวนรถ ฝึกการปฏิบัติงานในการเข้าสถานที่ต่างๆ คือ ราชนาวิกสภา กองทัพเรือ พระที่นั่งอนันตสมาคม และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมทั้งได้ดูงานในสถานที่ดังกล่าวนั้นอีกหลายครั้ง (โดยได้ร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่จากระทรวงการต่างประเทศ ผู้ที่มีอัธยาศัยดี คือ คุณ อรรถยุทธ์ ศรีสมุทร (ผอ.กองยุโรป 1) ทำหน้าที่ Laison และคุณลักษณาวดี แก้วกระมล (เจ้าหน้าที่จากกองยุโรป 1) ทำหน้าที่ผู้ช่วย Laison ) จากการที่ได้ดูงานและทดลองฝึกปฏิบัติงานดังกล่าว ทำให้มีความเข้าใจในบทบาทของนายตำรวจเกียรติยศมากยิ่งขึ้น
วันเสาร์ที่ 10 มิ.ย.2549 ข้าฯ ได้นำเจ้าหน้าที่ พร้อมขบวนรถ เข้ายังที่พัก รร.แชงกรีลา เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จในวันที่ 11 มิ.ย.2549 โดยข้าฯ ได้พักอยู่ที่ห้อง 2129 ชั้นเดียวกับคณะของ Grand Duke Henri โดย Grand Duke Henri ประทับที่ห้อง 2133

วันอาทิตย์ที่ 11 มิ.ย.2549 ข้าฯ ตื่นเต้นที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่จริงหลังจากที่ได้ฝึกซ้อมมานาน ซึ่ง HRH Grand Duke Henri จะเสด็จถึงกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TG 923 เวลาประมาณ 12.55 น. ข้าฯ ได้นำขบวนรถออกจากโรงแรมไปรอที่สนามบินดอนเมือง บริเวณห้องรับรองพิเศษ ตั้งแต่เวลา 09.30 น.  พร้อมด้วยคุณ กุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา อธิบดีกรมยุโรป ทำหน้าที่เป็นเอกอัครราชทูต

ประจำพระองค์ Mr.Charles Schmit ตำแหน่ง Charge ’d ’ Affaire สถานทูตลักเซม เบิร์ก ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมาในงานนี้และคุณวิสุทธิ์ คณธนวานิชย์ กงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย   ในวันนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จมาต้อนรับ Grand Duke Henri ข้าฯ ได้เข้าแถวรอต่อท้ายจากคณะบุคคลต่างๆ เมื่อ Grand Duke Henri เสด็จมาถึง ข้าฯ ได้ทำความเคารพและถวายรายงาน ใจความว่า ข้าฯ จะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์ตลอดเวลาที่ทรงปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย ซึ่ง Grand Duke Henri ทรงยิ้ม ตรัสว่า Thank You ด้วยเสียงทุ้มบาริโทน และยื่นพระหัตถ์มาให้ข้าฯ สัมผัส ข้าฯ รู้สึกอบอุ่น ตื่นเต้น มีความตั้งใจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด

(Grand Duke Henri เสด็จโดยมี ADC ติดตามมาเพียง 1 นาย คือ Lt.Col.Henri Chrisnach ทำให้คณะของพระองค์เป็นคณะที่เล็ก ง่ายต่อการอำนวยการถวายงาน) ในระหว่างที่เดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปโรงแรมนั้น พระองค์ได้ชวนคุยเกี่ยวกับสภาพอากาศในกรุงเทพฯ ความเจริญทางวัตถุ การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น ทำให้ข้าฯ มีความมั่นใจที่จะถวายงานอย่างเต็มความสามารถ

          ในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 15.00 น. Grand Duke Henri ได้เสด็จพร้อมคณะและพระสหายชาวลักเซมเบิร์ก คือ Mr. Joe . Sparks ซึ่งมาประกอบธุรกิจในประเทศไทย และ Mr.Pierre Metz ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย ไปที่ตลาดจตุจักร โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ( ) และ ผอ. ตลาดจตุจักร ( ) เป็นผู้ถวายการต้อนรับ

Grand Duke Henri สนพระทัยในงานศิลปะวัตถุโบราณ ทรงพระดำเนินเข้าไปตามซอกซอยต่างๆ ประชาชนชาวไทยถวายการต้อนรับด้วย ความยิ้มแย้ม ทั้งที่อากาศร้อน พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนตลอดเวลา จากนั้นได้เสด็จไปที่ร้านภูฟ้า ทรงฟังคำบรรยายจากผู้ดูแลร้าน เสวยน้ำผลไม้ที่ ผอ. ตลาดจตุจักร จัดถวาย และซื้อของที่ระลึกเล็กน้อยแล้วเสด็จลงทางสถานีรถใต้ดินเพื่อไปตลาด อตก. ซึ่งการนี้ประชาชนได้ทราบข่าวจึงมาแวดล้อม ชมพระบารมีกันอย่างเนืองแน่น เจ้าหน้าที่ รปภ. ชุดล่วงหน้าจึงต้องทำงานกันอย่างหนัก เมื่อขึ้นมาจากสถานี รถใต้ดิน Grand Duke Henri ทอดพระเนตรเห็นร้านขายผลไม้ จึงทรงพระดำเนินตรงไปที่บริเวณขายทุเรียน ซึ่งทรงโปรดเสวยทุเรียนเป็นอย่างมาก ผู้ขายได้ถวายทุเรียนให้ทรงชิม ทรงชมว่า Delicious ทอดพระเนตรตลาด อตก. อยู่พักใหญ่ ประชาชนได้เฝ้าถวายพวงมาลัยและผลไม้เป็นจำนวนมาก ข้าฯ เห็นอัธยาศัยของ ชาวไทยที่แสดงออก รู้สึกชื่นชมและภูมิใจเป็นอย่างมาก
          หลังจากเสด็จกลับโรงแรมที่ประทับแล้ว ในตอนค่ำ Grand Duke Henri เสด็จเป็นการส่วนพระองค์พร้อมคณะไปที่ร้าน The Deck โดยพระสหาย Joe . Sparks เป็นผู้ถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ปิดท้ายด้วยผลไม้หลากชนิดจากตลาด อตก. ซึ่งมีผู้ถวายมา คณะใช้เวลาอยู่ที่ร้าน The Deck (ร้านนี้อยู่ที่ซอยประตูนกยูง ถนนหลังวัดโพธิ์ ที่ร้านนี้จะมองเห็นพระปรางค์วัดอรุณฯ ได้ชัดเจน สวยงาม) จนเกือบ 4 ทุ่ม จึงกลับ โดยขบวนได้แล่นผ่านถนนเยาวราชในยามค่ำคืน เพื่อ Grand Duke Henri ได้ทอดพระเนตรก่อนเสด็จ เข้าห้องพักที่โรงแรม Grand Duke Henri ได้ตรัส Good night พระราชทานพระหัตถ์สัมผัสกับคณะผู้ถวายงานและผู้ตามเสด็จ นำความปลาบปลื้มใจแก่ข้าฯ เป็นอย่างยิ่ง
          วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2549 Grand Duke Henri เสวยพระกระยาหารเช้าในห้องพัก เวลาประมาณ 09.30 น. Grand Duke Henri เสด็จเป็นการส่วนพระองค์พร้อมคณะไปยังถนนเยาวราช ทรงเยี่ยมชมการค้าขายตามริมถนน ทรงเข้าไปชมร้านขายเครื่องยาจีน มีพระปฏิสันถารกับเจ้าของร้าน ทรงพระดำเนินโดยมีประชาชนเข้ามาถวายของอย่างเนืองแน่น ข้าฯ พร้อมชุด รปภ. ส่วนล่วงหน้าต้องทำงานอย่างหนักในการขอร้องประชาชน กันประชาชนให้อยู่ในเขตที่เหมาะสม เพื่อมิให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือทำให้เป็นการเสื่อมพระเกียรติ เท่าที่ข้าฯ สังเกตดู Grand Duke Henri ทรงพอพระทัยที่ได้เสด็จพระราชดำเนินสัมผัสกับความเป็นจริง หลังจากนั้นได้เสด็จไปตลาดปากคลองตลาดทอดพระเนตรการขายดอกไม้ต่างๆ ณ ที่นี้ ประชาชนได้มาเฝ้าชมพระบารมี พร้อมทั้งได้ถวายสิ่งของเป็นจำนวนมาก มีทั้งพวงมาลัยดอกไม้ ดอกไม้ ผลไม้ ซึ่งข้าฯ และคณะผู้ถวายความปลอดภัยได้พยายามกันประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ Grand Duke Henri ได้อยู่ในระยะปลอดภัยตามที่ได้รับการฝึกอบรมมา จนที่สุดข้าฯ ได้ขอรับสิ่งของต่างๆ ที่ประชาชนถวายแทน เนื่องจาก Grand Duke Henri ได้รับของถวายจนเต็มพระหัตถ์ และข้าฯ ได้กราบทูลให้เสด็จประทับในรถ พระที่นั่ง แต่พระองค์ก็ทรงยิ้มแย้มพร้อมโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนตลอดเวลา ข้าฯ รู้สึกทึ่งในความมีน้ำใจของคนไทยที่แสดงออกเช่นนี้ ขบวนของเรากลับถึงโรงแรมเวลา 12.00 น. ซึ่ง Grand Duke Henri เสวยพระกระยาหารกลางวันที่ห้องอาหารจีนของโรงแรม
        
ช่วงบ่ายและเย็นมีหมายกำหนดการเสด็จไปที่พระที่นั่งอนันตสมาคมและราชนาวิกสภากองทัพเรือ ซึ่งข้าฯ ได้ถวายงานตามที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นที่เรียบร้อย Grand Duke Henri ทรงตรัสชมโคมลอยว่าสวยงามมาก และตรัสชมการประดับโคมไฟบริเวณถนนราชดำเนิน และโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จ จากบริเวณกองทัพเรือเป็นต้นมาทรงชื่นชมประชาชนที่มาเฝ้าพระบารมีและเปล่งเสียงทรงพระเจริญตลอดระยะทาง ซึ่งพระองค์ได้ทราบความหมายนั้น (มีผู้ทูลให้ทราบ) ในตอนค่ำ Grand Duke Henri เสด็จไปเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกับพระราชาธิบดีจากประเทศนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ที่โรงแรมโอเรียนเตล และเสด็จกลับเวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษ
วันที่ 13 มิ.ย.2549 ช่วงเช้า Grand Duke Henri เสด็จประพาสทางเรือร่วมกับพระราชาธิบดีแห่งนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ได้เสด็จประพาสวัดอรุณราชวราราม ทรงประทับเรือหางยาวเข้าคลองบางกอกน้อย คลองชักพระ คลองมอญ เมื่อถึงวัดท่าขี้เหล็กปากคลองชักพระได้หยุดเรือ ได้พระราชทานอาหารให้ฝูงปลาหน้าวัด ทรงใช้พระหัตถ์จับปลาเล่น ตามเส้นทางเสด็จประชาชนสองฝั่งคลองได้ออกมารับเสด็จโดยนั่งพับเพียบประนมมือไหว้เมื่อบวนเสด็จผ่านไป พร้อมทั้งโบกธงชาติไทย – ธงฉลองสิริราชสมบัติไปมา สร้างความประทับใจให้พระราชอาคันตุกะเป็นอย่างยิ่ง
ทรงเสวยพระกระยาหารกลางวันที่ร้าน Supatra River House เมื่อเสด็จกลับถึงโรงแรมแล้ว Grand Duke Henri ทรงว่ายน้ำออกกำลังกายพระวรกายและอ่านหนังสือที่สระน้ำของโรงแรมประมาณ 45 นาที จึงเสด็จขึ้น ตอนเย็นมีหมายกำหนดการเสด็จไปพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หลังจากกลับแล้วได้เสด็จเข้าโรงแรมที่ประทับโดยไม่ได้เสด็จออกอีก
         วันที่ 14 มิ.ย.2549 เวลา 10.00 น. เสด็จออกจากโรงแรมที่ประทับไปยังพระที่นั่งวิมานเมฆ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ถวายคำบรรยายและพานำทอดพระเนตรทั่วบริเวณของพระที่นั่งวิมานเมฆ นับเป็นความ โชคดีของข้าฯ เป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ชมอย่างใกล้ชิด โดยตามเสด็จ Grand Duke Henri เข้าไปตาม ห้องแสดงต่างๆ ที่ข้าฯ ทราบภายหลังว่า บรรดานักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีโอกาสได้ชมอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้ชมอยู่ภายนอกห้องตามเส้นทางที่กำหนด สิ่งของที่แสดงเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีทั้งภาพถ่าย วัตถุโบราณ สิ่งของเครื่องใช้ ของที่ระลึกที่ได้รับพระราชทานจากต่างประเทศ Grand Duke Henri มีพระราชปฏิสันถารกับผู้บรรยาย ทรงสอบถามสิ่งต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ถวายการบรรยายโดยละเอียด จากนั้น ได้เสด็จไปยังสนามบินดอนเมืองเพื่อเสด็จกลับลักเซมเบิร์ก โดยเที่ยวบิน TG 922 ซึ่งออกเวลา 12.45 น. โดยมีคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ส่งเสด็จ ในแถวส่งเสด็จ ข้าฯ ได้ถวายรายงานว่า ข้าฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ถวายการรับใช้พระองค์ตลอดช่วงเวลาที่ประทับและทรงประกอบพระราชกรณียกิจในประเทศไทยและ ขอพระราชทานอภัยโทษหากข้าฯ ได้กระทำการใดอันเป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ซึ่ง Grand Duke Henri ได้ยื่นพระหัตถ์มาสัมผัสมือข้าฯ และกล่าวว่าพระองค์ทราบดีถึงภารกิจอันหนักที่ข้าฯ และคณะได้ปฏิบัติในช่วง 3 – 4 วันที่ผ่านมา และว่าข้าฯ ได้ทำหน้าที่สำเร็จได้อย่างดีที่สุด พระองค์ขอขอบใจและลาก่อน ซึ่งข้าฯ ได้น้อมรับด้วยความตื้นตันใจ และได้กล่าว Thank You Sir ต่อท่านด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ข้าฯ ได้ถวายการเคารพพระองค์ท่านจนเสด็จพระดำเนินลับสายตาเข้าประตูเครื่องบินเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจนายตำรวจเกียรติยศที่ได้รับมอบหมายสมความต้องการที่อยากถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่ข้าฯ ได้รับจากการปฏิบัติภารกิจนี้ คือ ความภาคภูมิใจที่ได้ มีส่วนร่วมในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยได้ร่วมถวายงานให้แก่ Grand Duke Henri ซึ่งมีพระจริยวัตรงดงาม ไม่ถือพระองค์ ถ้อยคำที่ตรัสอยู่เสมอ คือ Thank You ไม่ว่าข้าฯ จะถวายรายงานในเรื่องใด ทรงชมการลอยโคมว่าสวยงาม ทรงชื่นชมประชาชนชาวไทยที่เฝ้ารับเสด็จตามเส้นทางตั้งแต่ออกจากโรงแรมไปที่ต่างๆ ทั้งไป – กลับ ทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนตลอดเวลา สิ่งที่ข้าฯ ประทับใจมาก คือ การที่ Grand Duke Henri ได้พระราชทานพระหัตถ์ให้สัมผัสทุกเช้าตอนแรกพบ และตอนค่ำก่อนแยกกัน พร้อมด้วยพระดำรัส Good morning , Good night อย่างสม่ำเสมอ
          นอกจากนี้ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ข้าฯ กับคณะ ตร. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก    จากการที่ได้ถวายงานต่อ Grand Duke Henri โดยใกล้ชิด ปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย “ตื่นก่อนนอนทีหลัง” การถวายรายงานทุกครั้งถึงสิ่งต่างๆ ที่รออยู่ ณ ที่หมาย รวมทั้งที่ข้าฯ ได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ที่นายตำรวจราชสำนักเวรเป็นระยะเวลา 6 ปี บัดนี้ข้าฯ ได้มีความเข้าใจอย่างแจ่มชัดแล้วว่า นายตำรวจเกียรติยศนั้นก็คือ นายตำรวจราชองครักษ์นั่นเอง

          ข้าฯ ขอขอบคุณผู้ที่ได้คิดค้นให้มีการปฏิบัติหน้าที่นี้ขึ้นมาในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีต อ.ตร. กล่าวไว้ว่า “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” ข้าฯ เชื่อว่า นายตำรวจราชองครักษ์ทุกนายคงมีความประทับใจ ภาคภูมิใจในการถวายงานต่อพระราชาธิบดีที่ได้รับมอบหมาย แต่ความรู้สึกที่แท้จริงนั้นอยู่ภายในจิตใจ สุดที่จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสปฏิบัติภารกิจเช่นนี้ได้อีกเมื่อใด